จำหน่ายพ่อพันธุ์-แม่พันธ์ปูนา ขายส่ง-ขายปลีกทุกไซค์และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปูนา ติดต่อสอบถาม โทร.081-447-3100

การเลี้ยงปูนา สร้างอาชีพ

ปูนา นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้และเป็นแหล่งโปรตีนที่คู่กับวิถีชีวิตของชาวนาไทยโดยตลอด โดยเฉพาะฤดูฝนจะพบเห็นปูนาในท้องทุ่งนา ตามแหล่งน้ำจำนวนมาก นอกจากนำมาทำเป็นปูดองใส่ส้มตำแล้ว ปูนายังนำมา ต้ม ผัด แกง ทอด ได้เช่นเดียวกับปูทะเล ทั้งยังมีรสชาติที่ดีไม่แพ้กันด้วย ราคาปูนาในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 50 ถึง 60 บาท นับเป็นราคาดีไม่น้อยทีเดียวและนอกจากจับได้จากธรรมชาติแล้ว การเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ปูนาจำหน่ายก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากนัก จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ที่ดีให้กับผู้ที่เลี้ยง

การผสมพันธุ์ของ ปูนา

เมื่อปูเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ขนาดประมาณ 2 เซ็นติเมตร อายุ 90 วันหรือประมาณ3 เดือนจะมีการลอกคราบประมาณ 7 ถึง 9 ครั้งขึ้นอยู่กับสารอาหารที่ได้รับ และปูที่สามารถเป็นพ่อ-แม่พันธ์ควรมีอายุระหว่าง 6-8เดือน ถ้าอายุมากกว่านั้นจะเริ่มเป็นปูแก่อัตราการให้ลูกหรือผลิตน้ำเชื่อมเริ่มลดลงตามวัย ไม่เหมือนปูวัยรุ่น ลักษณะของปูเพศผู้จะมีกล้ามซ้ายใหญ่กว่าข้างขวาอย่างเห็นได้ชัด ส่วนท้องที่เรียกว่าจับปิ้งจะมีฐานกว้างปลายเรียวแหลมคล้ายตัวที ส่วนเพศเมียก้ามเล็กตามทั้งสองมีความแตกต่างกันไม่มาก  จับปิ้งมีลักษณะเล็กเรียว ในระยะที่ยังไม่สมบูรณ์เพศที่เรียกว่าปูกระเทย ก็จะขยายเป็นแผ่นกว้างครึ่งวงกลมเกือบเต็มส่วนท้อง ปลายมน ที่ขอบมีขนละเอียดเพื่อประโยชน์ในการอุ้มไข่ เมื่อเปรียบเทียบขนาดถ้าอายุเท่ากัน ปูเพศผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าปูเพศเมียเสมอ

เมื่อเข้าไปฤดูฝน ปูจะออกจากรูเพื่อหาอาหารตามแหล่งน้ำและผสมพันธุ์ ในฤดูผสมพันธุ์ปูเพศเมียจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวดุ เมื่อตัวผู้เข้าใกล้ ปูเพศผู้จะไล่ปูเพศเมียเป็นระยะๆ เมื่อได้จังหวะปูเพศผู้จะขึ้นคร้อมและใช้ขาคู่ที่ 2 ถึง 4 พยุงเพศเมียไว้ด้านหลัง การจับคู่ในลักษณะนี้จะดำเนินต่อเนื่องกันประมาณ 3 ถึง 4 วัน

เมื่อช่วงเช้าเข้าฤดูผสมพันธุ์ ปูนาเพศเมียจะมีการลอกคราบและมีกระดองนิ่ม รวมถึงมีอาการก้าวร้าวมาก และจะเลือกเพศผุ้เพื่อผสมพันธุ์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น หากไม่ใช่ตัวที่เลือกก็จะไล่ให้ออกห่าง หากยอมรับก็จะมีการผสมพันธุ์ขึ้น โดยเพศผู้จะใช้ก้ามจับปูเพศเมียหงายขึ้นและแนบลำตัวติดจัลปิ้งของปูเพศเมีย พร้อมสอดอวัยวะสืบพันธุ์และฉีดน้ำเชื้อเข้ารูเปิดของปูเพศเมียบริเวณหน้าอก บริเวณโค้นขาคู่ที่ 3 ที่มีสองรูเมื่อน้ำเชื้อถูกฉีดเข้าไปจะถูกนำเข้าในถุงเก็บน้ำเชื้อของปูเพศเมีย ซึ้งเก็บได้นาน 3 ถึง 4 เดือน การผสมพันธุ์นี้จะใช้เวลา 3 ชั่วโมง

หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ปูเพศผู้จะยังตามติดปูเพศเมียต่ออีกประมาณ 2 ถึง 3 วัน เพื่อให้ความคุ้มครองอันตรายให้ปูเพศเมีย จนมีกระดองแข็งแรงและสามารถหาอาหารได้ตามปกติ หลังจากการผสมพันธุ์ปูเพศเมียจะผลิตไข่เข้าไปผสมกับน้ำเชื้อและนำออกผ่านทางท่อนำไข่มาพักเก็บไว้ที่แผ่นท้องของตัวเอง ปูแต่ละแม่จะมีไข่ประมาณ 300-500 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาดของปู แม่ปูขนาดกระดองกว้างประมาณ 3-4 เซ็นติเมตร จะมีไข่โดยเฉลี่ยประมาณ 500 ฟอง

การพัฒนาของไข่ ปูนา

เมื่อได้รับการผสมพันธุ์จากปูเพศผู้แล้ว ไข่จะเริ่มพัฒนาอยู่ภายในช่องว่างภายในตัวระหว่างกระดอง การพัฒนาของไข่แบ่งได้เป็น 4 ระยะดังนี้

- ระยะที่ 1 รังไข่ยังไม่พัฒนา มีลักษณะเป็นเส้นยาวแบบสองเส้นแทรกอยู่ระหว่างช่องว่างภายในลำตัวตามขอบกระดองด้านหน้าบน

- ระยะที่ 2 รังไข่ขยายตัวใหญ่ คุมช่องว่างภายในลำตัวประมาณร้อยละ 10 ถึง 20  ไข่เริ่มมีสีครีมหรือเหลืองอ่อน

- ระยะที่ 3 ไข่เริ่มขยายตัวขดไปตามช่องว่างภายในลำตัว คุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 20 ถึง 70 ไข่มีสีเหลืองอ่อน

- ระยะที่ 4 ไข่พัฒนาสมบูรณ์ แผ่เต็มพื้นที่เต็มช่องว่างภายในลำตัวผิวมันวาว แยกเป็นเม็ดสีเหลืองแก่หรือส้ม

ไข่เมื่อถูกพัฒนาสมบูรณ์เต็มที่ เมื่อแยกเป็นเม็ดแล้วจะถูกส่งออกไปตามท่อนำไข่เพื่อผสมกับน้ำเชื้อที่ถูกขับออกมาจากถุงเก็บน้ำเชื้อถ่ายที่ผสมแล้วจะถูกขับออกมาทางรูเปิดที่หน้าท้องจะผลิตสารเหนียวออกมายึดติดไข่ไว้กับขนของแผ่นหน้าท้อง ประมาณ 10 ถึง 12 วัน ไข่ที่เหมาะสมแล้วที่ติดกับจับปิ้งในบริเวณหน้าอกที่ฟักเป็นลูกขนาดเล็กโดยลูกปูเหล่านี้ยังคงเกาะอาศัยอยู่กับจับปิ้งอยู่ โดยแม่ปูจะใช้รยางค์ที่บริเวณหน้าท้องโบกสะบัดกระแสน้ำที่มีอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงตัวอ่อนประมาณ 20 ถึง 23 วัน ลูกปูก็จะลอกคราบเป็นลูกปูวัยอ่อน มีลักษณะครบถ้วนเหมือนพ่อและแม่ เมื่อแม่ปูเห็นว่าลูกปูแข็งแรงพอที่จะดำรงชีวิตด้วยตัวเองแล้วก็จะใช้กล้ามเขี่ยลูกปูให้หลุดออกจากจับปิ้ง

ลูกปูนาที่ฟักออกจากไข่จะฟักเป็นตัว ในขณะที่ยังอยู่ในแผนหน้าท้องของแม่ปู แล้วจะอาศัยในแผนหน้าท้องของแม่ปูนาน 2 ถึง 3 สัปดาห์ ก่อนที่แม่ปูจะใช้ขาเกี่ยวออกไปอาศัยในแหล่งน้ำ หากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมแม่ปูจะเก็บลูกอ่อนไว้นานขึ้น โดยลูกปูที่พักออกมาใหม่จะมีขนาดลำตัวเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ลำตัวจะมีสีนวลและเมื่อเจริญเติบโตจะมีสีเข้มเป็นสีน้ำตาลอ่อนและสีน้ำตาลเข้มตามลำดับ

การเลี้ยงปูนา

 

สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเลี้ยงปูนาในบ่อซิเมนต์ มีเกษตรกรทดลองเลี้ยงปูนา ทั้งบ่อกลมและบ่อสี่เหลี่ยม โดยเกษตรกรเลี้ยงประมาณ 10 เดือน พบว่าปูได้ขนาดที่ต้องการและเลี้ยงง่ายกินอาหารง่าย สามารถแพร่พันธุ์ได้และขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยากข้อดีของการเลี้ยงแบบนี้คือดูแลว่ายและปูไม่หนี

วิธีการเลี้ยงปูนา

การสร้างบ่อHDPE

1. การเตรียมบ่อเลี้ยงปูนา  

สร้างบ่อHDPE นำท่อพีวีซีมาใส่ท่อในบ่อสำหรับระบายน้ำออกจากบ่อPE ในกรณีที่บ่อใหม่ให้ใส่น้ำลงไปเพื่อลดความเค็มจากปูนซีเมนต์ในบ่อ ทำการเปลี่ยนน้ำในบ่อประมาณ 3 ถึง 4 ครั้ง และอาจนำต้นกล้วยมาใส่ลงไปในบ่อเพื่อหายเค็มเร็วขึ้น หลังจากนั้นน้ำดินลงมาใส่จนมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ของสภาพพื้นที่
  
บ่อควรรอยู่ในที่ร่มเพราะปูไม่ชอบอากาศร้อน ถ้าอากาศร้อนมากปูจะตาย ดังนั้นบ่อเลี้ยงควรมีร่มเงาจากต้นไม้หรือมีหลังคา หรือทำตาขายพลางแสง ใส่ท่อหรือแผ่นกระเบื้องพื้นให้ปูมีที่ซ่อนตัว และหลบลีกเพราะว่าปูมีนิสัยชอบทำร้ายกันเอง นอกจากนี้ยังต้องมีตาข่ายปิดปากบ่อเพื่อไม่ให้ปูหนี

ทำการจัดสภาพแวดล้อมในบ่อให้เลียนแบบที่อยู่ตามธรรมชาติของปู โดยการปลูกข้าว ผักบุ้ง หญ้า สาหร่าย เพราะนอกจากที่ปูจะใช้เป็นแหล่งอาหารแล้วยังใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวได้อีกด้วย หลังจากนั้นใส่น้ำลงไปให้สูงประมาณไม่เกิน 8-10 เซนติเมตร

2. จับปูนามาเลี้ยง

นำปูที่จับมาจากน้ำธรรมชาติ โดยใช้ขนาดความยาวของลำตัวประมาณ 40 เซนติเมตร คัดเอาแต่ตัวที่แข็งแรงและมีขาที่ครบสมบูรณ์มาปล่อยลงในบ่อโดยใช้ตัวผู้ 25 ตัวและตัวเมีย25


3. การให้อาหารปูนา 

ให้อาหารปูสัปดาห์ละ 3 ครั้ง อาหารที่ใช้เลี้ยงปูได้แก่ ข้าวสุก ปลาที่สับเป็นชิ้นเล็กๆๆกุ้งฝอย ผักบุ้ง ผักกาด ข้อควรระวังก็คืออย่าให้อาหารปูมากเกินไป และต้องคอยมาสังเกตดูว่าให้อาหารแค่ไหนปูถึงจะกินหมด เพราะถ้ามีอาหารเหลือน้ำก็จะบูดเน่า ดังนั้นต้องเก็บออกจากบ่อ เพราะหากทิ้งไว้เน่าจะทำน้ำให้สกปรกและปูเป็นโรคสำหรับการระบายน้ำนั้น ต้องระบายน้ำออกจากบ่อและเปลี่ยนน้ำใหม่ประมาณเดือนละ 2 ถึง 3 ครั้ง
 
4. การไข่ของแม่พันธุ์ปูนา
ปูนาจะผสมกันในช่วงฤดูฝน แม่ปู่ 1 ตัว จะมีไข่ประมาณ 500-700 ฟอง ดังนั้นปูนาหนึ่งตัวจะออกลูกได้ประมาณ 500-700 ตัว และปูนาใช้เวลาในการเจริญเติบโตประมาณ 6-8 เดือนจึงจะโตเต็มที่
 
5. การอนุบาลลูกปูนา 
กรณีที่ปล่อยลูกปู ตั้งแต่ลูกปูมาใส่บ่อเลี้ยง ให้อาหารโดยลููกปูที่มีอายุในช่วง 15 วันแรก ควรให้ไรแดง หนอนแดง หรือไข่ตุ่น กินเป็นอาหาร จากนั้นให้ปลา กุ้งสับ อาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงลูกปลาดุก เมื่ออายุประมาณ 30 วัน ก็น่าจะปล่อยเลี้ยงในบ่อซีเมนต์เพื่อให้มีขนาดโตเต็มวัยปล่อยเลี้ยงในปริมาณ 1,000 ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร

6. การวางแผนการขายปูนา 

การวางแผนการขายปูนา ควรจับผลผลิตออกจำหน่ายในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นเวลาที่ปูมีรสชาติอร่อยที่สุด สามารถขายได้ราคาสูงกว่าช่วงเวลาอื่น ราคาจำหน่ายอยู่ที่ตัวละ 2-5บาท ซึ่งแม่ปูตัวหนึ่งสามารถสร้างรายได้กว่า 10,000 บาทเลยทีเดียว และหากวางแผนดีมีช่องทางการตลาดที่ดีนับเป็นอาชีพได้ที่น่าสนใจอย่างมาก 
Visitors: 8,077